RWBKK_Nan Bei_Bar 1

Nan Bei at Rosewood Bangkok Now Reopens with Authentic “Taste of Hunan”


Nan Bei at Rosewood Bangkok Now Reopens with Limited-time 
Authentic “Taste of Hunan” Dishes added to its Menu
Fiery new offerings complement Nan Bei’s signature northern and southern China cuisines.

Nan Bei, Rosewood Bangkok’s vibrant, modern restaurant for Chinese dining, celebrates its reopening, with a special limited period, fiery “Taste of Hunan” dishes added to its popular line-up from June 22 until September 30 of authentic cuisines from the northern and southern regions of China. Nan Bei – meaning “north” and “south” in Mandarin – serves up Executive Chef Matthew Geng’s expanded menu in the restaurant’s stylish indoor and outdoor areas that occupy the entire 19 th floor of the ultra-luxury hotel. Nan Bei opens for lunch and dinner from Wednesday to Sunday.

During his recent eight-month sojourn in his native China, Executive Chef Geng explored the country to study new recipes to bring back to Nan Bei. He was inspired by his journey to the South Central
province of Hunan to recreate the cuisine in Bangkok and he returned to the City of Angels with an arsenal of family recipes, hand-picked premium ingredients and new plating techniques.

“A Taste of Hunan” features six exciting new dishes showcasing the region’s spicy, bold flavors. Hunan is known for its use of vinegar-pickled chilies and a signature cooking technique called bian (
煸) or the art of wok-frying in oil. The delectable new dishes include Wagyu Beef Tenderloin with green peppers, chilis and Hunan oyster sauce; Kurobuta Pork Ribs with crispy pickles and peppers;
and organic Chicken Fillet with pickled pepper sauce served alongside a tangy chili dipping sauce.


Nan Bei continues to serve its classic, beloved signatures like the Peking Duck, Squirrel Fish, Tiger Prawns with Salted Egg and Xiao Long Bao. The restaurant’s open kitchens are dedicated to the
preparation of popular Southern Chinese seafood dishes and the world-famous Peking Duck.

Chef Max Li, master of the Peking Duck, serves up the traditional dish just as they did back in the 14 th century Yuan Dynasty. Carved tableside, the duck is accompanied by with thin pancakes, granulated sugar, sliced cucumbers, leeks and sweet bean sauce. To conclude, the remnants of the duck are savored in rich broth or wok-fried with salt and pepper.

Fanciful design touches in the restaurant are inspired by the lyrical Chinese folktale of the Weaver Girl and Cowherd. Legend has it that separated lovers reunited once a year on the 7 th day of the 7 th
month by crossing a bridge made of magpies. Nan Bei also displays a custom-woven art feature that stretches the length of the ceiling, in homage to the Weaver Girl who weaves clouds for the sky. A
dazzling light installation of 600 illuminated birds in flight also references characters in the tale.

For more information or reservations, please call +66 2 080 0080 or email  Nan Bei is open Wednesday to Sunday with lunch served  from 11:30 a.m. to 2:30 p.m. and dinner from 6 to 10:30 p.m.

About Nan Bei

Nan Bei, meaning South and North respectively in Mandarin, is a vibrant, modern restaurant for Chinese dining, offering regional specialties from the two China regions in both indoor and outdoor
areas. Open kitchens are dedicated to the preparation of popular Southern Chinese seafood dishes and the world-famous Peking Duck.

Fanciful design touches are inspired by the lyrical Chinese folktale of the Weaver Girl and Cowherd. A custom-woven art feature stretches the length of the ceiling, in homage to the Weaver Girl who weaves clouds for the sky. A dazzling light installation of 600 illuminated birds in flight references characters in the tale. Two luxurious VIP private dining rooms complement the story with silk wall panels and mirrors referencing the mystical pond where the Weaver Girl and Cowherd first meet and fall in love.

Nan Bei’s bar sets a lavishly seductive mood in dark colors with pops of jewel tones, a lapis lazuli-topped bar, metalwork chandeliers and contemporized Art Deco features.

หนานเป่ย ห้องอาหารจีนชื่อดังในโรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ เปิดให้บริการอีกครั้ง พร้อมเปิดตัวเมนูพิเศษ “A Taste of Hunan” เมนูรสเด็ดจากมณฑลหูหนาน อาหารเผ็ดร้อนเมนูใหม่เสริมเมนูซิกเนเจอร์จากภาคเหนือและภาคใต้ของหนานเป่ย

หนานเป่ย ห้องอาหารจีนสไตล์โมเดิร์น ภายในโรงแรม โรสวูด กรุงเทพฯ เฉลิมฉลองการกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งพร้อมเมนูพิเศษชูอาหารรสชาติเผ็ดร้อนจากมณฑลหูหนาน อาหารจีนเลื่องชื่อจากตอนกลางของภาคใต้ เมนู “A Taste of Hunan รสชาติแห่งมณฑลหูหนาน” พร้อมให้บริการจนถึงวันที่ 30 กันยายน .2565 นี้ 

หนานเป่ย (Nan Bei) ยังคงเอกลักษณ์ของการเสิร์ฟอาหารจีนสูตรต้นตำรับจากทั้งสองภูมิภาคคือ จีนตอนเหนือและตอนใต้ พร้อมให้แขกลิ้มลองรสชาติดั้งเดิมของอาหารจีนหลากหลายเมนู ซึ่งเสิร์ฟโดยเชฟแมทธิว เกง (Chef Matthew Geng) ห้องอาหารหนานเป่ยเปิดให้บริการอาหารกลางวันและ อาหารเย็น ทุกวันพุธถึงวันอาทิตย์

เชฟแมทธิว เกงได้เดินทางกลับประเทศจีนในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา เพื่อกลับไปเยี่ยมบ้านเกิด พร้อมสำรวจร้านอาหารในมณฑลต่างๆเพื่อค้นหาเมนูใหม่ๆเพื่อที่จะนำกลับมาเสิร์ฟที่ห้องอาหารหนานเป่ย ระหว่างการเดินทางนั้น เชฟแมทธิวได้แรงบรรดาลใจจากการเดินทางสู่ภูมิภาคใต้ โดยเฉพาะมณฑลหูหนาน ที่เชฟได้เตรียมตำรับเมนูสูตรเก่าแก่จากครอบครัวอันหลากหลาย คัดสรรวัตถุดิบสุดพรีเมี่ยม และการจัดจานเทคนิคใหม่เพื่อกลับมาเสิร์ฟแขกในกรุงเทพฯ 

A Taste of Hunan รสชาติแห่งมณฑลหูหนาน” ประกอบไปด้วยอาหารรสชาติจัดจ้าน 6 เมนู เพื่อนำเสนอรสสัมผัสอันเผ็ดร้อน และเมนูที่ประกอบไปด้วยพริกดองอันเลื่องชื่อของมณฑลนี้ วิธีการทำอาหารหูหนานนั้น มักจะใช้เทคนิคที่เรียกว่า bian (หรือการผัดในน้ำมันในกระทะเหล็ก เมนูเลิศรสจานโปรดของเชฟจากหูหนาน ประกอบไปด้วยเนื้อสันในวากิวผัดผริกเขียวในน้ำมันหอยจากหูหนาน ซี่โครงหมูคุโรบูตะผัดพริกดองและพริกไทย และ ไก่ออร์แกนิคทอด เสิร์ฟคู่ซอสพริกดองสูตรเด็ด


ห้องอาหารหนานเป่ย ยังคงเสิร์ฟเมนูอันเป็นที่นิยม อาทิ เป็ดปักกิ่ง ปลากะพงราดซอสเปรี้ยวหวาน กุ้งลายเสือตัวโตและหน่อไม้ฝรั่งนำไปผัดกับไข่เค็ม และ เสี่ยวหลงเปาเชฟมากฝีมือจะคอยจัดเตรียมอาหารผ่านครัวแบบเปิดที่จัดเตรียมอาหารทะเลตามแบบฉบับทางตอนใต้ของจีน และเป็ดปักกิ่งอันเลื่องชื่อของภาคเหนือ

เป็ดปักกิ่งสูตรซิกเนเจอร์ของห้องอาหารหนานเป่ยรังสรรค์โดยเชฟ แม็ก ลี ที่ใช้กรรมวิธีแบบดั้งเดิมและสืบต่อกันมาในราชวงศ์หยวนตั้งแต่ปี .. 1330 โดยกระบวนการในการทำเป็ดปักกิ่งสูตรดั้งเดิมนั้นได้รับการยกย่องจากเชฟมากฝีมือทั่วโลก ทั้งการทำที่ใช้เวลานานรวมถึงความพิถีพิถันใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ เป็ดปักกิ่งสูตรต้นตำรับจะเสิร์ฟพร้อมแป้งแพนเค้กแผ่นบางนุ่ม น้ำตาลทราย แตงกวาและต้นหอม ราดด้วยซอสสูตรพิเศษ เป็ดที่เสิร์ฟจะมีความกรอบนอก นุ่มใน และหอมกรุ่น โครงเป็ดสามารถนำไปทำเป็นซุปเป็ดสูตรเข้มข้นหรือนำไปผัดกับเกลือและพริกไทยก็อร่อยไม่แพ้กัน

การออกแบบที่หรูหราและร่วมสมัยของห้องอาหารหนานเป่ยได้รับแรงบันดาลใจมาจากนิยายของจีน เรื่อง หนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้า ซึ่งเล่าว่าสาวทอผ้าลงมาจากสวรรค์เพื่อชำระล้างร่างกายในสระน้ำอัศจรรย์ และได้พบรักกับหนุ่มเลี้ยงวัว แต่ความรักของ ทั้งคู่ก็ไม่อาจสมหวังและถูกขัดขวาง สาวทอผ้าต้องกลับไปยังสวรรค์โดยจะกลับมาพบกันได้เพียงแค่ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น  ในวันที่ 7 เดือน 7 ด้วยการข้ามสะพานนกกระเรียน

ภายในห้องอาหาร ได้มีการนำเสนอการตกแต่งอันวิจิตรงดงามด้วยนกกระเรียนที่ประดับดวงไฟสว่างไสวกว่า 600 ตัว เสมือนกำลังโบยบินเป็นสะพานให้สาวทอผ้าและหนุ่มเลี้ยงวัวมาพบกัน อีกทั้งยังแสดงถึงเส้นสายของการถักทอด้วยดีไซน์จากเพดานลงสู่   เบื้องล่าง นอกจากนี้ ห้องวีไอพีสุดหรูทั้ง 2 ห้อง บ่งบอกเรื่องราวคู่รักเมื่อพบกันครั้งแรกด้วยผนังผ้าไหมและกระจกที่สะท้อนถึงสระน้ำในตำนาน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ 02 080 0080 หรืออีเมล ห้องอาหารหนานเป่ยเปิดให้บริการทุกวันพุธถึงวันอาทิตย์ ให้บริการอาหารกลางวัน ตั้งแต่เวลา 11:30 น. ถึง 14:30 น. อาหารเย็น ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึง 22: 30 น.


หนานเป่ย ในภาษาจีนกลาง คำว่า Nan (หนาน) แปลว่า ใต้ และ Bei (เป่ย) แปลว่า เหนือ เป็นห้องอาหารจีนสองภูมิภาคสุดหรูใจกลางเมือง ที่เสิร์ฟเมนูเลื่องชื่อจากภาคเหนือ และภาคใต้ของประเทศจีน ภายในห้องอาหารโมเดิร์นนี้มีที่นั่งทั้งในโซนด้านในและโซนด้านนอก เชฟเตรียมอาหารผ่านครัวแบบเปิดที่จัดเตรียมอาหารทะเลตามแบบฉบับทางตอนใต้ของจีน และเป็ดปักกิ่งอันเลื่องชื่อของภาคเหนือ

การออกแบบที่หรูหราและร่วมสมัยของห้องอาหารหนานเป่ยได้รับแรงบันดาลใจมาจากนิยายของจีน เรื่อง หนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้า ซึ่งเล่าว่าสาวทอผ้าลงมาจากสวรรค์เพื่อชำระล้างร่างกายในสระน้ำอัศจรรย์ และได้พบรักกับหนุ่มเลี้ยงวัว แต่ความรักของ ทั้งคู่ก็ไม่อาจสมหวังและถูกขัดขวาง สาวทอผ้าต้องกลับไปยังสวรรค์โดยจะกลับมาพบกันได้เพียงแค่ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น  ในวันที่ 7 เดือน 7 ด้วยการข้ามสะพานนกกระเรียน

ภายในห้องอาหาร ได้มีการนำเสนอการตกแต่งอันวิจิตรงดงามด้วยนกกระเรียนที่ประดับดวงไฟสว่างไสวกว่า 600 ตัว เสมือนกำลังโบยบินเป็นสะพานให้สาวทอผ้าและหนุ่มเลี้ยงวัวมาพบกันอีกทั้งยังแสดงถึงเส้นสายของการถักทอด้วยดีไซน์จากเพดานลงสู่   เบื้องล่าง นอกจากนี้ ห้องวีไอพีสุดหรูทั้ง 2 ห้อง บ่งบอกเรื่องราวคู่รักเมื่อพบกันครั้งแรกด้วยผนังผ้าไหมและกระจกที่สะท้อนถึงสระน้ำในตำนาน

บาร์ที่หนานเป่ยมีความสวยงาม น่าดึงดูด ตกแต่งด้วยสีอัญมณีอันสดใส ทั้งบาร์ที่ทำมาจากลาพิศ ลาซูรี โคมไฟเหล็ก และฟีเจอร์อาร์ต เดโคอันทันสมัย


Related posts: