Benjarong restaurant

Benjarong Launches Exciting New Menu Exploring Aristocratic Thai Cuisine Origins

เชฟปุ๋ม - สุกัญญา งามศรีขำ หัวหน้าทีมครัวของห้องอาหาร เบญจรงค์

Benjarong launches exciting new menu exploring the origins of aristocratic Thai cuisine Dusit International’s renowned signature Thai restaurant has delved deep into the kingdom’s culinary past and meticulously curated recipes rich in history, culture, and flavour. Impeccable service and a stunning location in a historic stately home enhance the memorable dining experience.  

Bangkok Benjarong Thai Restaurant at Baan Dusit Thani in Bangkok has introduced a brand-new a la carte menu celebrating Thailand’s rich culinary heritage and featuring a highly curated selection of aristocratic recipes from the late 1800s to the 1930s.

To create this new dining experience, Dusit International’s corporate F&B team spent months researching old culinary texts, collaborating with local food experts, and honing recipes together with Benjarong’s talented chefs. The result is a menu that is both authentic and innovative, offering a fresh perspective on Thai cuisine that is sure to delight diners of all backgrounds.

“Thai cuisine is known for its bold flavours and aromatic spices, but many people are not aware of the diverse influences that have shaped the cuisine over the centuries,” said Benjarong’s Head Chef, Sukanya Ngarmsrikham. “Our new menu aims to showcase the aristocratic roots of Thai cuisine – which can be traced back to noble families of ancient Siam – and highlight the delicious regional influences of that time. Our dining experience pays homage to the sophisticated techniques, culinary traditions, and unique flavours of this period, all while presenting them in a modern way. It’s a real pleasure to cook because we select and use only the finest ingredients, and each dish is carefully crafted to deliver wonderful textures and exciting bursts of flavour. We are delighted to take diners on this unforgettable culinary journey.”



From the delicate flavours of the chilled and refreshing Tom Yum Khmer (roasted prawn broth, cucumber, crispy fish, sour mango) to the complex spices of the ‘Gaeng Kaek’ of Duck Leg (homemade masala, dried fruit, crispy shallots, and garlic) and the sweet tastes of ripe Mangosteen (topped with dry prawns, roasted coconut, and white dressing), Benjarong’s new dishes pack plenty of culinary surprises for discerning diners to savour.

Premium, locally sourced ingredients abound, and with all curry pastes and sauces made from scratch, this ensures maximum authenticity and flavour across the entire menu.

“The best way to enjoy our new experience is by sharing a meal family-style and selecting a variety of dishes from across the menu,” said Chef Sukanya. “So, for example, you could order a soup, a curry, a salad, something fried, a relish, and some of our ethically sourced organic rice. The delicious harmony of sweet, salty, spicy, and sour flavours, combined with the various textures and premium seasonal ingredients, makes our offerings truly unique and, most importantly, highly memorable for our guests.”

แกงจืดหมูสามชั้น และปลาหมึกพริกไทยอ่อน

Alongside the dishes mentioned above, just some of the other highlights of the savoury selection include Crispy Pork Belly with Four Peppers (black, white, and green peppercorns, prickly ash), Son-In-Law Eggs (three varieties – quail, duck, and chicken – with tamarind sauce, roasted chilli, and coriander), ‘Gaeng Prik’ of Blue Swimmer Crab (bamboo, lime leaves), Clear Soup of Pork Belly and Squid (Roasted pork bone soup, steamed pork belly and quid, and green peppercorn), Steamed Crab with Fresh Milk Custard (blue crab meat and roe, light custard), Pineapple Fried Rice with Horseshoe Crab Roe (yellow curry powder, cashews), and Southern Khua Curry of Lamb Shank (young galangal, banana chilli).

For dessert, the thick and creamy Coconut Custard (with fresh young coconut) and refreshing Som Choon (preserved lychee, seasonal fruits, jasmine-scented syrup) are both highly recommended.

Dishes range in price from THB 220++ to THB 1,290++. A curated wine menu is also available, starting at THB 390++ per glass and THB 1,890++ per bottle.

More than just a culinary destination, Benjarong offers a feast for all the senses. Tastefully reimagining Benjarong’s original location at the world-renowned Dusit Thani Bangkok hotel – which is currently undergoing redevelopment nearby – the restaurant is situated in a meticulously restored historic stately home surrounded by lush gardens and complete with elegant private rooms that transport guests to another era.

From the warm lighting and the tasteful décor to the traditional music and soothing room scents, every detail has been carefully enhanced to deliver an enchanting multisensory dining experience inspired by the new menu’s aristocratic origins. Diners also benefit from Dusit’s renowned gracious hospitality and five-star standards of service.

“With 10 locations around the world, and a long history of serving discerning diners in Bangkok, Benjarong already has a strong reputation for the quality of its cuisine and service,” said Mr Stephane Carric, Corporate Director of Food and Beverage, Dusit International. “Building on the strength of the brand in Bangkok, and in line with our vision to create the ultimate destination for Thai cuisine in the city, our new menu of delicately handcrafted dishes takes our already high culinary standards to another level. Available exclusively at Benjarong in Bangkok, each new dish has a fascinating story behind its creation, and we are delighted to share these stories and enchant diners with a unique culinary journey rich in history, culture, and impeccable flavours.”

Benjarong is located at Baan Dusit Thani on Sala Daeng Road, a short walk from Sala Daeng (BTS) and Silom (MRT) stations. Parking is available. For more details, or to make a reservation for lunch or dinner, please visit Email : Official Line Account @baandusitthani or Tel: + 66 (0) 2200 9009.



ห้องอาหาร ‘เบญจรงค์’ บ้านดุสิตธานี เปิดตัวเมนูชุดใหม่ ชวนสัมผัสความอร่อย ลิ้มรสต้นตำรับอาหารไทยโบราณช่วงรอยต่อสามกรุงจากแรงบันดาลใจของตำรับอาหารไทยโบราณที่สืบทอดมาตั้งแต่ปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี ถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ‘เบญจรงค์’ พร้อมสร้างมื้อไฟน์ไดนิ่ง ที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องแกง น้ำพริก น้ำปรุง ยำรสเด็ด และของหวานเย็นใจ ที่จะมอบรสสัมผัสที่น่าหลงใหล ในบรรยากาศที่อบอุ่น เป็นส่วนตัว ในเรือนอาคารโบราณเกือบร้อยปี

ห้องอาหารไทย ‘เบญจรงค์’ ณ บ้านดุสิตธานี ชวนสัมผัสรสชาติอันล้ำลึกของอาหารไทยโบราณ ในช่วงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ช่วงเวลาที่อาณาจักรสยามเพิ่งเริ่มเปิดรับวัฒนธรรมใหม่ๆ ที่มาจากค้าขายกับต่างประเทศ เข้ามาหลอมรวมกับวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นดั้งเดิม กลายเป็นตำรับอาหารไทยที่ยังคงไว้ด้วย รูปรส กลิ่น และสัมผัสแห่งวัฒนธรรมความเป็นไทยอันเข้มข้นอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นเมนูใหม่ที่ทีมเชฟของเบญจรงค์ จะนำมาปรุงอย่างประณีต บรรจง และพิถีพิถันตามกรรมวิธีโบราณ และสอดแทรกด้วยเทคนิคตะวันตก ในการคงความสดใหม่ๆ ให้ท่านได้ลิ้มลองและดื่มด่ำไปด้วยกัน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ทีมงานฝ่ายอาหารและเครื่องดื่มจากกลุ่มดุสิตธานี (หรือดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล) ใช้เวลาเกือบร่วมปี ในการสืบเสาะ ค้นคว้า และเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงพ่อแก่ แม่เฒ่าในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ ตั้งแต่เหนือจรดใต้ จากภาคตะวันออกสู่ตะวันตก เพื่อรวบรวมตำราอาหารโบราณที่มีความโดดเด่น น่าสนใจ  เพื่อนำมาทำงานร่วมกับทีมครัวของห้องอาหารเบญจรงค์ ผู้มากประสบการณ์ในด้านอาหารไทยแบบไฟน์ไดนิ่ง ครอบคลุมอาหารไทยชาววัง ไทยฟิวชั่น ไทยโมเดิร์น จนรังสรรค์เป็นเมนูชุดใหม่ที่คงไว้ซึ่งรสชาติอันเป็นรอยต่อของสามกรุง ที่เข้มข้นด้วยกลิ่นอายของความดั้งเดิม หลอมรวมกับเทคนิคอันลึกล้ำของนวัตกรรมตะวันตก มาปรุงอาหารไทยแท้ๆ ที่นำเสนอผ่านมุมมองอันแปลกใหม่ ที่เต็มไปด้วยประสบการณ์อันหลากหลายมิติ และเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่น่าจดจำให้กับลูกค้าได้ลองลิ้มชิมรส

“อาหารไทยขึ้นชื่อในเรื่องรสชาติอันเข้มข้น และความหอมของเครื่องเทศสมุนไพรอยู่แล้ว แต่คนส่วนใหญ่อาจจะไม่ทันตระหนักว่า นี่เป็นอิทธิพลของการผสมผสานความหลากหลายในหลากวัฒนธรรมที่หลอมรวมพร้อมกับอารยธรรมไทยมานานหลายร้อยปี” เชฟปุ๋ม – สุกัญญา งามศรีขำ หัวหน้าทีมครัวของห้องอาหาร เบญจรงค์ กล่าว “ฉะนั้นสิ่งที่พวกเราต้องการนำเสนอในเมนูใหม่ คือ รากเหง้าทางวัฒนธรรมในอาหารไทย ซึ่งสามารถสืบค้น ย้อนกลับไป จากตำรับต้นตระกูลเก่าๆ ในดินแดนด้ามขวานทองของการเข้าครัวในยุคสมัยที่เราเรียกตัวเองว่า “ชาวสยาม”   เราปรุงอาหารทุกจานตามขั้นตอน และเทคนิคโบราณอันซับซ้อน เพื่อแสดงออกถึงการเคารพต้นฉบับอาหารไทยอันทรงคุณค่า และนำมาเสนอผ่านมุมมองของความร่วมสมัยในยุคปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้ลูกค้าได้สัมผัสกับประสบการณ์แปลกใหม่บนโต๊ะอาหาร  ตอนที่เราเริ่มทำเมนูใหม่นี้ ทีมครัวทุกคนมีความสุขกับการทำอาหารมาก เพราะทุกคนได้ย้อนเวลากลับไปในช่วงเวลาที่เราเริ่มต้นตกหลุมรักการทำอาหาร เราสนุกกับการเลือกสรรวัตถุดิบชั้นยอดมาปรุงอาหารตามขั้นตอนอย่างพิถีพิถัน เพื่อส่งมอบรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทย  และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ลูกค้าทุกท่านจะได้สัมผัสกับรสชาติที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา และมีความสุขกับมื้ออาหารร่วมไปกับเรา”



ห้องอาหารเบญจรงค์ขอชวนไปทำความรู้จักกับเมนูใหม่ที่จะช่วยสร้างความสดชื่นและเตรียมความพร้อมของการดื่มด่ำกับรสชาติอาหาร ด้วย ตั้งแต่ ต้มยำขแมร์ (ทำจากน้ำสต็อกกุ้งเผา แตงกวา ปลาแห้ง และมะม่วงดิบ) ไปจนถึงความซับซ้อนของรสชาติเครื่องแกงอันเข้มข้นในเมนู แกงแขกขาเป็ดและผลไม้แห้ง (ทำจากเครื่องแกงและผงมาซาลาแบบโฮมเมด ผลไม้แห้ง หอมเจียว และกระเทียม)

เราคัดสรรวัตถุดิบชั้นยอดที่หาได้ยาก และเป็นของดีขึ้นชื่อจากแต่ละจังหวัด นำมา โขลก ตำ กวน ปิ้ง นึ่ง ย่าง จี่ อบ ต้ม ผัด หลน และงบ เพื่อได้เครื่องแกงและซอสปรุงรสที่มีรสสัมผัสดั้งเดิม อันโดดเด่นด้วยมือของทีมครัว ดังนั้น จึงมั่นใจได้ว่าท่านจะได้ลิ้มรสแห่งความสด สะอาด และจากธรรมชาติล้วนๆ ในทุกเมนู เปรียบเสมือนอาหารยา

“ทุกอย่างคือความสมดุล” เชฟปุ๋ม – สุกัญญา กล่าว “วิธีรับประทานอาหารไทยที่เราอยากแนะนำ คือ การเลือกเมนูที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ซุป แกง ยำ ของทอด น้ำพริก รับประทานร่วมกับข้าวหอมมะลิออแกนิกที่เรารับตรงมาจากกลุ่มชาวนาเกษตรอินทรีย์จากทุ่งกุลาร้องไห้  เพื่อเปิดรับ รสหวาน เค็ม เผ็ด และเปรี้ยว ที่จะช่วยส่งเสริมและตัดรสชาติกันและกันอย่างลงตัว รวมทั้งให้เนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันในแต่ละเมนู จากวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม ซึ่งจะทำให้มื้ออาหารที่ห้องอาหารเบญจรงค์ กลายเป็นมื้ออันน่าจดจำของทุกคน”



ชุดเมนูใหม่ มีให้เลือกสรรกว่า 32 เมนู อาทิ, ไข่สามเขย ซึ่งประกอบด้วยไข่ 3 ชนิดคือ ไข่นกกระทา ไข่เป็ด และไข่ไก่ , หมูกรอบสี่สหาย ที่กรอบนอกนุ่มใน  และหอมกรุ่นด้วยพริกไทยหอมสี่ชนิด, แกงพริกสดปูม้า ปรุงด้วยเครื่องแกงคล้ายแกงไตปลา หน่อไม้น้ำ และเนื้อปูก้อน จัดจ้านแบบอาหารใต้, น้ำพริกกุ้งย่างสายบัว ที่ใช้เนื้อกุ้งสดและปลาแห้ง โขลกกับเคยชั้นดี ตัดรสฝาดด้วยสายบัวซอยหั่น เข้าคู่กับไข่เป็ดต้มและกากหมูทอด, เนื้อกวางสะเต๊ะลือ ที่หมักเครื่องเทศที่แทรกไปทุกอณูของเนื้อ แล้วนำไปย่างเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มถั่ว และอาจาด ที่ได้ชื่อว่าอร่อยลือลั่นไปทั่วพระนคร , แกงจืดหมูสามชั้น และปลาหมึกพริกไทยอ่อน ที่เชฟต้มน้ำซุปจากกระดูกสะโพกหมูอบกว่า 10 ชั่วโมงจนงวดกลมกล่อมเข้าคู่กับหมูสามชั้นสไลด์บางเฉียบ และปลาหมึกอ่อนที่ผ่านการปรุงด้วยพริกไทยอ่อนและนึ่งจนนุ่มละลายในปาก, ตลอดจน ปูม้านึ่งนมสด , ข้าวผัดสับปะรดไข่แมงดา, แกงคั่วปักษ์ใต้ขาแกะ, และแกงกุ้งลายเสือดอกดาหลา

สำหรับเมนูขนมหวาน ห้องอาหารได้นำเสนอ พุดดิ้งมะพร้าว ที่หอมนุ่มละมุน เสิร์ฟพร้อมเนื้อมะพร้าวอ่อนโรย ปิดท้ายมื้ออาหารอย่างอิ่มเอม  หรือท่านจะเลือกความสดชื่นด้วย ส้มฉุน ที่ใช้ลิ้นจี่และผลไม้ต่างๆ ตามฤดูกาลมาทำเป็นของหวานลอยแก้วดับร้อน ด้วยรสหอม ไม่เปรี้ยวแหลมจากส้มซ่า และดอกมะลิที่ให้ความหอมสดชื่น ของหวานโบราณที่สามารถบ่งบอกเรื่องราวของการรู้จักวัตถุดิบพื้นถิ่นของคนไทยในอดีตได้เป็นอย่างดี

ราคาอาหารเริ่มต้นจานละ 220++ บาท ไปจนถึง 1,290++ บาท พร้อมกันนี้ ห้องอาหารเบญจรงค์ ยังมีไวน์คุณภาพเยี่ยมพร้อมเสิร์ฟคู่กับอาหารไทยในราคาแก้วละ 390++ บาท และสำหรับทั้งขวด ราคาเริ่มต้นเพียง 1,890++ บาท

‘เบญจรงค์’ ยังเป็นมากกว่าห้องอาหารไทย เพราะเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อันน่าจดจำ ห้องอาหารเป็นอาคารหลัก ที่ตั้งอยู่ใน ‘บ้านดุสิตธานี’ ที่งดงามและโดดเด่นสะดุดตาด้วยสถาปัตยกรรมอาคารทรงตะวันตกจากยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 และบริเวณโดยรอบที่รายล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวของพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ที่ทางกลุ่มดุสิตธานีได้เก็บรักษาโครงสร้างอาคาร และสถาปัตยกรรมดั้งเดิมไว้ แต่นำมาปรับปรุงตกแต่งใหม่ให้มีกลิ่นอายของความเป็นดุสิตธานี จัดแสงไฟโทนอบอุ่น เพิ่มกลิ่นหอมอโรมา และใส่ดนตรีที่บรรเลงอย่างแผ่วเบา เพื่อสร้างบรรยากาศแบบผ่อนคลาย และเพิ่มรสชาติให้มื้อสำคัญของทุกท่าน และยังนำท่านให้จินตนาการถึงงานบริการระดับโลกของโรงแรมดุสิตธานี ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด รวมถึงยังสอดคล้องกับแนวคิดด้านสุขภาพของดุสิต (Dusit’s Wellness) ในทุกมิติ

“เรามีห้องอาหาร “เบญจรงค์” 10 แห่งในโรงแรมของเราทั่วโลก ซึ่งแต่ละห้องอาหารเป็นตัวแทนของร้านอาหารไทยคุณภาพ ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องของรสชาติอาหาร และคุณภาพของการบริการในหมู่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี” นาย สเตฟาน แคริก ผู้อำนวยการด้านอาหารและเครื่องดื่ม ของกลุ่มดุสิตธานี กล่าว “พันธกิจที่สำคัญของเรา คือ การยกระดับห้องอาหารเบญจรงค์ ที่บ้านดุสิตธานี นี้ไปสู่ร้านอาหารไทยที่ทุกคนต้องมาลิ้มลองเมื่อมาถึงกรุงเทพฯ ด้วยเมนูชุดใหม่ของเราที่ทีมครัวบรรจงสร้างสรรค์อย่างประณีตบรรจง  งานบริการที่เป็นเลิศ และบรรยากาศที่หาที่ไหนไม่ได้ในกรุงเทพฯ  เป้าหมายสูงสุดของเราคือ การสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับลูกค้าได้มากที่สุด ด้วยการนำเสนออาหารและบริการในแบบเหนือความคาดหมายของทุกคน  ซึ่งในขณะเดียวกัน เราก็หวังว่า การยกระดับคุณภาพของอาหารและการบริการในครั้งนี้ จะทำให้เราได้รับการคัดเลือกให้เป็นร้านอร่อยใน ‘มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย’ ในอนาคต”

ห้องอาหาร เบญจรงค์ ตั้งอยู่ใน บ้านดุสิตธานี บนถนนศาลาแดง มีที่จอดรถไว้บริการ และสามารถเดินมาได้จากทั้งรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีศาลาแดง หรือรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีสีลม โดยใช้เวลาไม่กี่นาที สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และสำรองที่นั่งทั้งสำหรับมื้อกลางวันและมื้อค่ำได้ที่ อีเมล์:,  Official Line Account @baandusitthani เว็บไซต์ หรือโทร 02 200 9009.

Related posts: